คนมีหนี้รอดแล้ว ใครจ่ายไม่ไหว ลงทะเบียนด่วน

เป็นอีกหนึ่งข่าวสารดีๆ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาห นี้นอกระบบ โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 5 ด้านคือ

1. จัดการเจ้ าห นี้นอกระบบ โดยมี พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 เพิ่มโท ษกับเจ้ าห นี้นอกระบบ และเปิดช่องทางให้เจ้ าห นี้นอกระบบ สามารถจดทะเบียนเป็นผู้ให้สินเชื่อในระบบได้ตามหลักเกณฑ์

2. ไกล่เกลี่ยประนอมห นี้ ลูกห นี้สามารถร้องทุกข์และขอคำปรึกษาปัญหาห นี้นอกระบบได้ที่ จุดให้คำปรึกษาปัญหาห นี้นอกระบบ ตั้งอยู่ที่ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยประสาน คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมห นี้นอกระบบในทุกจังหวัด เพื่อช่วยเจรจาระหว่างลูกห นี้-เจ้ าห นี้

3. จัดหาแหล่งเงินในระบบให้ลูกห นี้ เมื่อไกล่เกลี่ยจนมูลห นี้เป็นธรรมแล้ว ซึ่งลูกห นี้สามารถที่จะขอสินเชื่อในระบบได้ โดยรัฐบาลสนับสนุนให้มีสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ (กระทรวงการคลัง)

4. ฟื้นฟูศักยภาพลูกห นี้ โดยเฉพาะลูกห นี้ที่ยังมีความสามารถในการชําระห นี้ตํ่าเกินไป คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกห นี้นอกระบบในทุกจังหวัด จะช่วยฟื้นฟูอาชีพ ปลูกฝังความรู้และวินัยทางการเงิน ฝึกอาชีพ และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน

5. สร้างภูมิคุ้มกัน โดยพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน ให้ทําหน้าที่ทดแทนเจ้ าห นี้นอกระบบ หน่วยงานต่าง ๆ ให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน รวมทั้งจัดทํา ฐานข้อมูลห นี้นอกระบบ เพื่อใช้กําหนดนโยบายที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้ช่วยเหลือลูกห นี้ให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้ว 25,044 ราย คิดเป็นโฉนดจำนวน 21,304 ฉบับ จับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามห นี้โดยวิธีการผิ ดกฎหมาย 6,002 ราย และการให้แหล่งเงินในระบบพิโกไฟแนนซ์ มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี เป็นเงิน 7,018.34 ล้านบาท

สำหรับในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการพิเศษที่มีลักษณะเป็นการถาวร เพื่อรับผิ ดชอบการแก้ไขปัญหาห นี้นอกระบบให้กับประชาชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่า ข้อร้องเรียนต่าง ๆ จะใช้เวลาแก้ปัญหาไม่เกิน 1 สัปดาห์ และในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะ คือ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิ ดเกี่ยวกับห นี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) มีภารกิจในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือบุคคที่ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิ ดกฎหมาย หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน จนถึงปัจจุบัน ได้รับแจ้งจำนวนทั้งสิ้น 1,947 เรื่อง ดำเนินการเสร็จสิ้น 1,548 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 399 เรื่อง เป็นผู้ต้องหา 1,090 ราย ของกลางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 245 คัน โฉนดที่ดิน 87 ฉบับ เงินสดกว่า 1,300 ล้านบาท บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 1,373 คดี ช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอม 105 เรื่อง โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง