ทนายประมาณ ฝากถึง ไมค์ ค้านถอนรับรองบุตร พูดถึงเงินเลี้ยงดูลูก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก หลังจากดาราหนุ่ม ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล โพสต์ตัดสินใจถอนคำร้องขอร่วมปกครอง “น้องแม็กซ์เวลล์” ลูกชายคนเดียวที่เกิดจาก “ซาร่า คาซิงกินี” จากนี้ขอเพียงเก็บเงินไว้ในบัญชีให้ลูกไว้ใช้เพียงคนเดียว โดยก่อนหน้านี้ดาราหนุ่มยังเคยออกมาระบุว่า ตลอด 6 ปีโอนค่าใช้จ่ายให้ซาร่าไปเกือบ 10 ล้านบาท

ล่าสุด “ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช” ทนายความของซาร่า โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ก่อนอื่นผมต้องขอโทษที่การโพสต์ก่อนหน้านี้อาจจะดูรุ นแ รงเกินสมควร ผมขอชี้แจงว่า ที่ผมรับทำเคสของน้องซาร่า เพราะเห็นใจที่แม่ที่รักลูกมากๆ ดั่งดวงใจคนหนึ่งต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นในปัจจุบัน ผมอยากให้ทุกคนเปิดใจ และมองอย่างเป็นกลางว่า ทั้งน้องไมค์และน้องซาร่ามีส่วนในการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน ให้การศึกษาเล่าเรียนแก่น้องแม็กซ์เวลล์ทั้งคู่ โดยเขาแบ่งหน้าที่กันทำ พ่อทำมาหากิน หาเงินส่งเสียให้ลูกมาแล้วเกือบ 8 ล้าน ส่วนแม่ก็ผูกพันตั้งครรภ์ เลี้ยงลูก ให้น้ำนม อบรมบ่มนิสัย ให้ความรักมาโดยตลอด ทั้งคู่ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดมาโดยตลอด เทียบไม่ได้หรอกว่าใครทำหน้าที่ได้ดีกว่าใคร เพราะทั้งคู่ไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกัน”

ส่วนเรื่องอะไรที่ทั้งคู่เคยทำหรือพูดในอดีต ขอให้มองเป็นอดีตไป เพราะไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ การที่เราซ้ำเติมใครจากเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ไม่ได้มีประโยชน์ใดๆ เกิดขึ้นเลยครับ

วันนี้เมื่อมีเรื่องขึ้นมาสู่ศๅ ล และทางฝ่ายน้องไมค์ขอถอนคำร้องไม่รับเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ขอใช้อำนาจปกครองร่วม ที่ผมพูดว่าไม่ควรถอน ผมขอชี้แจงในประเด็นข้อกฎหมาย

การขอรับรองบุตร เพื่อให้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา เป็นสิ่งที่ดีและสมควรทำ เพราะจะทำให้เด็กมีทั้งพ่อและแม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากทั้งพ่อและแม่ เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะมีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงพ่อ-แม่ เมื่อชราเช่นเดียวกัน

ส่วนอำนาจปกครองบุตร โดยหลักแล้วมาพร้อมกับการเป็นบิดาและมารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอำนาจปกครองบุตรนี้จะทำให้บิดามารดาสามารถกำหนดถิ่นที่อยู่ของเด็กได้ ให้ทำงานตามสมควร ว่ากล่าวตักเตือน เรียกเด็กคืนจากผู้ที่ไม่ได้มีอำนาจปกครอง และยังจัดการทรัพย์สินและการต่างๆ ของเด็กได้ อย่างไรก็ดีหากมีเหตุการณ์ใดที่อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งยาก หรือขัดต่อประโยชน์และความผาสุกของเด็ก อาจสามารถกำหนดให้พ่อหรือแม่หรือบุคคลอื่นมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ โดยไม่กระทบต่อความเป็นบิดาและมารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย

ในประเด็นของน้องไมค์และน้องซาร่า เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้อยู่กินกันฉันท์สามีภริยา ถ้าให้ทั้งคู่ใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ทั้งคู่จะสามารถกำหนดถิ่นที่อยู่ของลูกและอื่นๆ ได้ และหากเห็นไม่ตรงกันก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา ในกรณีนี้จึงควรมีผู้ใช้อำนาจปกครองเพียงคนเดียว และซึ่งน้องซาร่าเป็นแม่ของลูก คลุกคลีอยู่กับลูกมาทั้งชีวิตของลูก ให้ลูกกินนมจากเต้ามากว่า 4 ปี ทำหน้าที่ของแม่ได้ไม่บ กพร่ อง จึงควรจะให้อำนาจปกครองยังคงอยู่กับน้องซาร่า (เหมือนกรณีทั่วไปที่บิดามารดาแยกทางกัน ก็ต้องมาตกลงกันว่าจะให้ลูกอยู่กับใคร ให้คนนั้นมีอำนาจปกครองบุตร และให้อีกฝ่ายมีสิทธิเยี่ยมเยียนตามสมควร)

ดังนั้น คำคัดค้านฉบับใหม่ที่ผมเขียนให้ น้องซาร่าจึงยินยอมให้น้องไมค์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ขอให้อำนาจปกครองบุตรยังอยู่ที่แม่

จากเหตุการณ์นี้เข้าใจว่าน้องไมค์มาร้องต่อศๅ ล เพราะต้องการรับรองบุตร รู้สึกถูกกี ดกั นและอยากมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับลูก วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คือการที่จะต้องมาคุยมาไกล่เกลี่ยกับฝ่ายน้องซาร่าว่าเพราะอะไรถึงรู้สึกถูกกีดกัน และน้องซาร่าควรจะพยายามให้โอกาสพ่อได้เจอกับลูกและมีส่วนในการตัดสินใจมากขึ้น แต่ทั้งคู่ต้องคุยกันครับ

เมื่อถึงวันนัดไกล่เกลี่ย พ่อกับแม่ก็ควรจะมาไกล่เกลี่ย โดยสามารถตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ยของศาลว่า ให้อำนาจปกครองบุตรส่วนไหนอยู่กับพ่อและให้ส่วนไหนอยู่กับแม่

การถอนคำร้องไม่รับรองบุตรเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ขอใช้อำนาจปกครองร่วม นอกจากจะไม่ทำให้น้องไมค์บรรลุวัตถุประสงค์ของการยื่นคำร้องเข้ามาในครั้งนี้แล้ว ยังกระทบต่อสิทธิของน้องแม็กเวลล์ด้วย ผมจึงเห็นว่าไม่ควรถอนการรับรองบุตร ควรจะถอนเฉพาะส่วนของการใช้อำนาจปกครองร่วมเพียงเท่านั้น เพราะการที่น้องไมค์ยื่นคำร้องเข้ามาแล้ว เป็นการแสดงเจตนาที่จะรับรองบุตรแล้ว เมื่อถอนไปศๅ ลจะต้องถามฝั่งมารดาว่าคั ดค้า นการถอนหรือไม่ ทางน้องซาร่าอาจจำเป็นจะต้องคั ดค้ านไม่ให้ถอนในส่วนของการรับรองบุตร เพราะเป็นสิทธิของน้องแม็กเวลล์โดยตรง เพราะหากน้องซาร่าไม่คัดค้าน ก็จะทำให้น้องแม็กเวลล์ไม่มีพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย และหากอนาคตน้องแม็กซ์เวลล์ต้องการให้พ่อรับรองบุตร หากฝ่ายบิดาไม่แสดงเจตนาไปจดทะเบียนรับรองบุตร น้องแม็กซ์เวลล์ก็อาจจะต้องกลับมาฟ้อ งต่อศๅ ลอีกครั้ง

ในส่วนของหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูบุตร ที่เป็นผลมาจากการเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผมเห็นว่าน้องไมค์ยังคงสามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกบรรลุนิติภาวะก่อน เพราะจริงๆ แล้วบุตรผู้เยาว์จำเป็นต้องได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากพ่อและแม่ในระหว่างที่เขายังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องการได้รับการศึกษาเล่าเรียน โดยหากมีความกังวลว่าเงินจะไม่ถึงมือลูก ก็สามารถโอนตรงให้กับทางโรงเรียน หรือหากอยากให้ประกันสุขภาพลูก ก็สามารถจ่ายตรงให้กับบริษัทประกันได้ ดั่งเช่นที่ทำมาตลอด ไม่จำเป็นต้องโอนให้น้องซาร่า

หวังว่าโพสต์นี้จะให้ประโยชน์แก่หลายๆ ท่าน และช่วยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นของครอบครัวนี้ดีขึ้นในเร็ววันนะครับ

คลิปดังกล่าว

ขอบคุณที่มา ประมาณ ว่า