นี่สิแม่พิมพ์ของชาติ นางฟ้าของเด็กดอย

เมื่อไม่นานนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของครูชาวดอยที่ใจสู้ ขี่รถจยย. ไปสอนเด็กๆบนดอยหลายกี่โลด้วยหนทางที่ไม่ง่ายเลยแต่ด้วยจิตใจรักในอาชีพครูจึงทำให้เป็นแรงผลักดัน ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการขึ้นไปสอนเด็กๆ ได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย โดยเรื่องราวมีดังนี้


ครูอ้อ

แม่พิมพ์ที่ชาติต้องการ

“ครูอ้อ” ขับรถขึ้นดอยห้าสิบโล เพื่อเอาข้าวไปให้นักเรียนกินบนดอยคุณครูสาวทุ่มเททำเพื่อนักเรียน ชาวดอยและรัฐบาลด้วยการหอบข้าวปลาอาหารสดฝ่าน้ำป่า และเม็ดฝนที่กระหน่ำอย่างต่อเนื่อง เดินข้ามลำหวยกว่ายี่สิบจุด อ้อ ชญาภา ธนพงษ์โชติ คุณครูประจำโรงเรียนบ้านห้วยหมูพิทยา จากสาวดอยแก้มแดงที่มีความฝันตั้งแต่ยังเล็ก ว่าอยากเป็นครู วันนี้เธอยืนอยู่ตรงนั้นแล้วอย่างน่าชื่นชม เรียนจบจากคณะครุศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่อาชีพครูเป็นความฝันและเป้าหมายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง หน้าที่รับผิดชอบของคุณครูในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ตามเขาตามดอยแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับครูในเมือง ต้องทำหน้าที่สอนหนังสือ นอกจากนั้นยังมีหน้าที่เป็นแม่บ้านไปจ่ายตลาดทุกสัปดาห์เป็นแม่ครัวทำอาหารเป็นนักการภารโรงดูแลความเรียบร้อยของสถานที่ต่างๆ


ทุ่มเทเพื่อนนักเรียน


สอนด้วยจิตใจของความเป็นครูจริงๆ


ทุ่มเทสุดๆ

ภายในโรงเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนครูอ้อและเพื่อนครูตื่นเช้าเดินทางลงจากดอยด้วยรถมอเตอร์ไซค์ไปซื้อหาอาหารสดที่ตลาดภายในตัวเมือง อ.แม่สะเรียง เพื่อนำมาประกอบอาหารกลางวันให้กับนักเรียนระหว่างเดินทางกลับวันนั้นกลุ่มของครูอ้อเจอฝนตกอย่างหนัก ระดับน้ำสูงขึ้นในทุกๆ ท่าน้ำ และรถมอเตอร์ไซค์ไม่สามารถลุยต่อได้ และก็เกิดฝนตกและน้ำหลากมาก จังหวะนั้นขาเรายันพื้นทรายไม่ได้ ถูกน้ำพัดทำให้หัวเข่ามีปัญหา “ได้ช่วยเหลือให้นักเรียน มีความรู้แล้วมีความสุข เป็นครูที่ไหนก็ได้ ชีวิตนี้เลือกไปแล้วว่าอยากเป็นครู หวังว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงไม่เป็นอะไรมากที่หัวเข่า สตาร์ทมอเตอร์ไซค์เดินขึ้นดอยไปสอนหนังสือ ได้เหมือนเดิม”


มันก็ต้องมีวันที่ล้มบ้าง


เต็มที่กับการพัฒนาเด็กๆ

สำหรับ โรงเรียนบ้านห้วยหมูพิทยา ตั้งอยู่หมู่ที่สาม ตำบลแม่คงอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สะเรียงประมาณห้าสิบกิโลเมตร ติดกับชายแดนประเทศเมียนมาร์ ปัจจุบันทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาปีที่หก มีนักเรียนสี่สิบเก้าคน มีครูสี่คน ผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงสามคน และมีครูธุรการชายอีกคนโดยการเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ด้วยระยะทางประมาณสี่สิบสองกิโลเมตร หลังจากนั้นอีกประมาณแปดกิโลเมตร ต้องใช้รถจักรยานยนต์ขับไปตามถนนเลียบลำห้วยบางช่วงต้องขับฝ่าลำห้วยไป ซึ่งในช่วงฤดูฝน ต้องเดินเท้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้