บิ๊ ก ตู่ ใจป้ำ!! โชว์บทผู้นำภูมิภาค บริจาคชุดตรวจโควิด ให้ทุกชาติอาเซียน รวม 9 หมื่นชุด

การแพร่ระบาดโควิด 19 ขณะนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจุดประสงค์เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ในแต่ละด้านภายในโครงสร้างกลุ่มต่างๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน แก้ปัญหา รวมทั้งสะกัดกั้น หรือหยุดการแพร่ระบาดขอโควิด 19 เป็นไปด้วยความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) ผ่านระบบการประชุมทางไกล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับผู้นำอาเซียนทุกประเทศ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศดำเนินการรับมือกับโควิด-19 และผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ที่จะเสริมสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างกันและกับหุ้นส่วนต่าง ๆ ในการรับมือกับโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการส่งเสริมการสื่อสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและการต่อต้านข่าวปลอม การสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับภูมิภาค การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกและศูนย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของอาเซียน การรักษาการรวมตัวทางเศรษฐกิจ ระบบโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค โดยเฉพาะการไหลเวียนของสินค้าและบริการที่จำเป็น ยา และอุปกรณ์การแพทย์ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือต่อพลเมืองของอาเซียนในประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศที่สาม นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ย้ำความสำคัญของการจัดทำแผนฟื้นฟูภายหลังการสิ้นสุดลงของโควิด-19 และการเสริมสร้างขีดความสามารถของอาเซียนในการรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้สนับสนุนข้อเสนอของไทยเกี่ยวกับการจัดตั้ง “กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 ” เพื่อจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายาและวัคซีน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของอาเซียน นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความพร้อมของไทยที่จะมอบชุดตรวจชนิด RT-PCR ที่ผลิตในประเทศจากความร่วมมือของรัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ให้แก่ทุกประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวนประเทศละ 10,000 ชุด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ของอาเซียน ในการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม การส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ MSME รวมทั้งการส่งเสริมการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านการใช้มาตรฐานรหัสคิวอาร์ที่เชื่อมโยงกันของอาเซียน นายกรัฐมนตรียังได้เสนอว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเป็นหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการพึ่งพาตนเองของอาเซียนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่อาจคุกคามอาเซียนในอนาคต รวมทั้งเห็นว่า วิกฤตนี้ไม่ควรนำไปสู่ความถดถอยของโลกาภิวัตน์ แต่ควรเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในการแก้ไขปัญหาระดับโลก ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการรับรองปฏิญญาของการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ด้วย

ขอบคุณ ข่าวสด