ฝรั่งสุดทน ไม่อยู่แล้วไทยแลนด์ ประกาศขายบ้านหรูแบบขาดทุน

ในยุคสมัยนี้ต้องบอกเลยว่ามันเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวันเลยจริงๆ มองไปไหนก็มีแต่คนร้าย โจรขโมย จากกรณีโซเชียลแห่แชรืเรื่องราว ชาวต่างชาติประกาศขายบ้านหรู หลังถูกโจรปีนบ้านกวาดทรัพย์สินไปกว่าล้านบาท โวยตำรวจเกรี้ยวกราดผ่านมาครึ่งเดือนยังไร้เบาะแส

นางเดือนเพ็ญ วินน์ อายุ 40 ปี ภรรยาชาวไทยของ นายโรเบิร์ต วินน์ อายุ 59 ปี สัญชาติแคนาดา ซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเดอะปาล์ม จ.ระยอง ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวหลังถูกโจรงัดบ้านเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน ทั้งเงินสดสกุลต่าง ๆ และทองคำรูปพรรณ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อุดม ศรีสงค์ จนถึงวันนี้คดียังไม่คืบหน้า แถมตำรวจยังพูดจาด้วยถ้อยคำที่ดุดัน จนทำให้ต้องประกาศขายบ้าน เพื่อจะย้ายกลับ ไปอยู่ที่ประเทศแคนาดา

นางเดือนเพ็ญ ได้เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านเสริมสวย ส่วนสามีชาวแคนาดาทำธุรกิจส่วนตัว ได้ย้ายมาอยู่ประเทศไทยนานแล้ว เพราะสามีชอบประเทศไทย สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตนกับสามีเดินทางไป จ.ชลบุรี เมื่อกลับมาถึงบ้านก็แทบทรุด เพราะประตูหลังบ้านถูกตัดเหล็กแล้วงัดเข้าไป

นางเดือนเพ็ญ กล่าวอีกว่า พวกตนรีบไปตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่าเงินสดไทย 30,000 บาท เงินดอลลาร์สหรัฐ 40 ดอลล์ล่า เงินสกุลดอลลาร์แคนนาดา 40,000 ดอลลาร์ เงินสกุลเยน 10,000 เยน โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ใช้ในการเดินทาง

ซึ่งรวมมูลล่าทรัพย์สินกว่า 1 ล้านบาท หายไป สำหรับเงินสกุลต่าง ๆ ตนเก็บไว้ที่บ้านพัก เพื่อรอให้ค่าเงินสูงขึ้นแล้วจะนำไปแลกกับธนาคาร

นางเดือนเพ็ญ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพไม่ค่อยชัดเจน เพราะไกลจากรัศมีกล้องวงจรปิด คนร้ายเป็นผู้ชายกลางคน สวมเสื้อคลุมแขนยาวคล้ายกับเสื้อพนักงานโรงงาน ปีนรั้วเข้าไปแล้วตัดเหล็กประตูหลังบ้านอย่างใจเย็น

ก่อนจะงัดประตูเข้าไป ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ออกมาพร้อมกับทรัพย์สินที่ขโมยมา ก่อนจะปีนออกจากบ้านแล้วหนีไปอย่างลอยนวล

“หลังเกิดเหตุจึงรีบเดินทางไปแจ้งความ พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวที่มี ไปแจ้งความที่ สภ.บ้านฉาง ระยอง และแจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของหมู่บ้านให้ทราบ หลังแจ้งความก็ได้ติดต่อสอบถามความคืบหน้ากับตำรวจเจ้าของคดี แต่กลับได้รับคำตอบแบบไม่พอใจ แถมยังดุอีกด้วย จึงรู้สึกเบื่อกับพฤติกรรม และสุดทนกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่เป็นหมู่บ้านที่มีมาตรฐาน การรักษาความปลอดภัยดี แต่กลับเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก”

ด้านนายโรเบิร์ต กล่าวว่า ตนรู้สึกผิดหวังกับการดูแลรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน และการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เสียความรู้สึกมากกับการพูดจาที่ดุดัน ราวกับตนเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วแต่ยังไร้เบาะแส หลังเกิดเหตุต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว จึงปรึกษากับภรรยาว่าจะกลับไปอยู่ที่แคนาดาดีกว่า ทั้ง ๆ ที่รักประเทศไทยมาก แต่ทนอยู่กับความหวาดกลัวต่อไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะถูกโจรกรรมอีก

ทั้งนี้เพื่อความสบายใจการติดกล้องวงจรปิดถือเป็นอีกหนึ่งความสบายใจสำหรับใครที่ไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ

ขอบคุณ tnews