อนุทิน ย้ำ ไม่มีมาตรการกักตัว 14 วัน หลังกลับประเทศกลุ่มเสี่ยง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก กับประเด็นนี้ เมื่อไม่นานมานี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการการคุมเข้มการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงนายสมคิด

จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และไม่ได้กักตัวเฝ้าระวังในระยะ 14 วัน ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามดูแลร่างกายของแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่งเรายังไม่ได้มีมาตรการว่าทุกคนจะต้องกักกันโรคไว้ 14 วัน ขออย่าเข้าใจผิด แม้จะประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว แต่หากใครทำได้ก็จะดี ทั้งนี้ ทุกคนที่กลับมาจะมีการเฝ้าสังเกตุและให้ดูแลอย่างเต็มที่ทุกคน เช่น นายสมคิด นายอุตตม นายศักดิ์สยาม ที่เห็นทุกคนและได้แจ้งทุกวันว่าให้สังเกตุอาการอย่างดี และทุกคนก็ได้ไปตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว

นายอนุทิน ย้ำว่า สิ่งที่ประชาชนต้องดูแลตัวเองคือการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งถือเป็นคาถาที่จะป้องกันโรคได้แน่นอน และอย่าไปในพื้นที่กลุ่มเสี่ยงหรือสถานที่ชุมชนแออัด

ส่วนแนวทางการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะเป็นพรรคเดียวกัน คุยกันแล้ว ทำความเข้าใจกันแล้ว ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เอกสิทธิ์ของแต่ละคนก็ต้องเคารพ รวมถึง ส.ส.ใหม่ที่เข้ามาด้วย หากเป็นสมาชิกพรรคโดยสมบูรณ์แล้วก็ต้องทำตามมติของพรรค ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่ามี ส.ส.เข้ามาเพิ่มในสังกัดอีกกี่คน ส่วนกรณีที่นางสาวศรีนวล บุญลือไปทาบทาม ส.ส.มานั้น ก็ไม่เกี่ยวกับตนเองแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เพราะพรรคภูมิใจไทย เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการสมัครตามกรอบของรัฐธรรมนูญที่พรรคยุบไปแล้วต้องหาสังกัด เพราะหากจะมาสมัครแล้วพรรคไม่รับสมัครก็จะผิดรัฐธรรมนูญอีก พร้อมย้ำว่า ไม่เคยคิดว่าได้เสียง ส.ส.เพิ่มจะได้ที่นั่งรัฐมนตรีเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรการกักตัว แต่ก็อยากให้คนไทยทุกคนที่เพิ่งกลับจากพื้นที่เสี่ยง คอยระมัดระวังตัวเองหลังจากกลับมา โดยการไม่ออกไปที่ชุมชนเป็นเวลา 14 วัน จะดีกว่านะคะ