เจ้าสัวบุญชัย พูดถึงนิสัยครู หลังน้องข้าวหอม โดนสั่งอั้นฉี่ โดนเพื่อนล้อ จนต้องลาออก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องรางที่ทั้งโซเชียลต่างติดตามและออกความคิดเห็นกันมากมาย  เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ ต่อเนื่อง สำหรับเรื่องของครู กับเด็กนักเรียน ที่โผล่ออกมาอย่างต่อเนื่องชึ้งข่าวนี้บอกได้คำเดียวบันเทิงแน่  แม้กระทั่ง ตั๊ก บงกช ที่ออกมาเปิดเผยว่า น้องข้าวหอม บุตรชายสุดที่รัก เคยโดนครูที่โรงเรียนแกล้งให้อดน้ำและไม่ให้เข้าห้องน้ำ แถมยังสั่งน้องไม่ให้บอกแม่ ไม่อย่างนั้นแม่จะมาว่าครู เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอดส่องดูแล

ซึ่งทางเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล สามี ตั๊ก บงกช ได้เผยว่า บุตรถูกสั่งห้ามไปเข้าห้องน้ำและไม่ให้ดื่มน้ำ เป็นคำพูดที่บุตรมาเล่าให้ฟัง ซึ่งปกติแล้วบุตรชายเป็นเด็กไม่โกหก เขาบอกว่าตอนพักเบรกยังไม่ปอยากเข้าห้องน้ำและยังไม่หิวน้ำ แต่มาอยากเข้าห้องน้ำตอนเข้าเรียน และครูไม่อนุญาต ซึ่งประเด็นนี้เลือกที่จะรับฟังบุตร เพราะพ่อแม่แต่ละคนก็มีวิธีการเลี้ยงบุตรไม่เหมือนกัน

ตั๊ก บงกช น้องข้าวหอม

ส่วนเรื่องการเข้าเรียนนั้น ทางโรงเรียนสอนแบบออนไลน์ ให้เด็ กเรียนที่บ้าน แต่เมื่อโรงเรียนเปิดแล้ว ทางครอบครัวก็ยังไม่อยากให้บุตรไปเรียน เพราะว่าบุตรชายเป็นเด็ กไม่ชอบใส่หน้ากากอนามัย จึงขอยืดเวลาให้บุตรหยุดอยู่บ้านอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งทางโรงเรียนยืนยันว่าไม่ได้ เพราะเป็นกฎระเบียบของโรงเรียน ที่เด็ กต้องมีเวลาเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 80%

 

ไม่อย่างนั้นต้องซ้ำชั้น ทางบ้านจึงตัดสินใจให้บุตรลาออกดีกว่า เพราะไม่อยากให้บุตรไปสร้างความเดือดร้อนให้โรงเรียน และโรงเรียนก็ได้คืนเงินค่าเทอมมา 70% จากนั้นก็ย้ายบุตรไปเรียนโรงเรียนอื่น

เจ้าสัวบุญชัย กล่าวอีกว่า ตนชื่นชมว่าโรงเรียนนี้ดี มีชื่อเสียง แต่รู้สึกไม่เป็นไปตามที่เคยรับฟังมาว่า 3 ปีแรก จะมีการเรียนการสอนแบบประเทศฟินแลนด์ คือให้เด็กสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ได้เน้นทฤษฎีในตำรา แต่พอไปเรียนแล้วไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่คุณครูตั้งชื่อให้กับเด็กๆ ซึ่งตนเข้าใจว่าทำเพื่อความสนุกสนาน

และสร้างการจดจำชื่อในหมู่เพื่อนๆ แต่ปรากฏว่า น้องข้าวหอม ชื่อจริงคือ ด.ช.ชีวกิตติ์ แต่ครูเปลี่ยนให้เป็น ชีวกุด เพื่อนๆ ก็เลยเอาไปล้อว่า ชีวิตกุด ซึ่งมันเป็นความหมายที่ไม่ดีเลย

ทั้งนี้เจ้าสัวบุญชัย และตั๊ก ก็ได้ชี้แจงสาเหตุที่ให้ น้องข้าวหอม ต้องย้ายโรงเรียน เพราะเจอครูที่ไม่ดีนั่นเอง