ชีวิตล่าสุด “ษา วรรณษา”

เรื่องราวของอดีตดาราสาวที่ใครหลายคนต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ “ษา วรรณษา ทองวิเศษ” มีชื่อเล่นว่า ผึ้ง ที่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยได้เข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1997 และได้รองอันดับ 2 มา หลังจากนั้น ได้เข้าไปประปวดมิสไชนิสอินเตอร์เนชันแนล ปี 1998 ที่ฮ่องกง และได้รับรองวัลรองอันดับ 1 จากนั้นจึงได้เป็นที่รู้จักกันในแวดวงบันเทิงไทย จนได้แสดงละครทีวีมากมาย

ภาพษา วรรณษาในอดีต สวยมากๆ

ไม่นานหลังจากนั้น 8 ปี ได้ประกาศแต่งงานกับ เป้-ไฮร็อก อดีตนักร้องนำวง ไฮ-ร็อก หรือ สุรัช ทับวัง ซึ่งนับถือศาสนานอิสลาม ทำให้ทางด้าน “ษา วรรณษา” ต้องย้ายศาสนาตามไปด้วย หลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกันได้ไม่นาน ก็ได้ให้กำเนิดลูกชายโดยตั้งชื่อว่าน้อง วาคิม วงษ์ทอง หรือน้อง เซย์เดย์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อจริงเป็น ชวาลภพ) ซึ่งลูกชายที่ให้กำเนิดมาเป็นเด็ก พิเศษ และไม่นานหลังจากนั้นก็ได้เลิกราคากับสามีไป และเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

“ษา วรรณษา” กับเป้ ไฮร็อก และลูกชายตัวน้อยน่ารัก

ปัจจุบัน ลูกชายอายุ 12 ปีแล้ว ซึ่งน้องเป็นเด็กพิเศษ แต่พัฒนาการน้องดีขึ้นจากแต่ก่อนแล้ว เพราะคุณแม่ให้การดูแลเอาใจใส่อย่างมาก ทำให้น้องมีคุณแม่คอยช่วยซัพพอร์ตในหลายๆเรื่อง โดย “สาวษา” ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อว่า คนเป็นแม่ ต้องให้ความรักกับลูกเยอะ เด็กพิเศษ มักจะมีความคิดเป็นของตัวเองสูง แต่คุณแม่ก็คอยสอนลูก อยากให้ลูกได้เป็นคนดีในสังคม

น้องเซย์เดย์ ลูกชายของ สาวษา หล่อและน่ารักมากๆ

“สาวษา” ยังให้สัมภาษณ์ต่ออีกว่า ตนเองเริ่มสังเกตุพฤติกรรมลูกตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ต่อมาคุณหมอได้วินิจฉัยจนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าลูกเธอเป็นเด็กพิเศษ ตอนอายุ 5 ขวบ อีกทั้งลูกชายของเธอยังเป็น LD หรือ เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disorder) และเธอได้ขอคำปรึกษาคุณหมอในการพัฒนาด้าน IQ แลพ EQ ของลูก จนปัจจุบันน้องมีอาการดีขึ้นมาก แถมยังเป็นเด็กที่มีแววฉลาด เพราะเมื่อปีก่อนหน้านี้ก็สอบได้ที่ 1 ของห้อง และยังมีความสามารถทางด้าน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และ คอมพิวเตอร์อีกด้วย

ลูกสอบได้ที่ 1 ของห้อง และได้รับเกียรติบัตรด้วย ถือว่าเก่งมากๆ

โดยเจ้าตัวบอกเองเลยว่า ลูกมีความใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์ ซึ่ง สาวษา ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือลูกเต็มที่ และยังพูดให้กำลังใจคุณแม่หลายๆท่านว่า การมีลูกเป็นเด็กออทิสติก ไม่ต้องเครียด ให้มองโลกในมุมบวกเข้าไว้

ขอบคุณภาพจาก wannasa_thong