ตกต่ำมานาน รอบนี้อาจไปถึงโลละ 100

เกษตรผู้ผลิตย างพารามีเรื่องให้ดีใจกันอีกแล้ว หลังจากราคาย างพุ่งสูงในรอบ 3 ปี ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า สถานการณ์ความต้องการย างธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ย างมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ราคาในประเทศและในต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เป็นผลจากปัจจัยกลไกตลาดและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโมเดล “เกษตรพาณิชย์ทันสมัย” ซึ่งเป็นความร่วมมือการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้วทั้งโครงการประกันรายได้ชาวสวนย างและล่าสุด คือ 6 มาตรการปฏิรูปย างพาราตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอลเพื่อเพิ่มราคาและสร้างเสถียรภาพราคารวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

โดยเน้นลงทุนแปรรูปส่งเสริมวิจัยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้กลยุทธ์ใหม่ การขายการตลาดเชิงรุกเจาะจีนทุกมณฑลและเปิดตลาดใหม่ๆในประเทศต่างๆ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1.มาตรการตลาดและราคา(Market & Price) 2. มาตรการการบริหารด้านอุปทาน(Supply Side Management) 3.มาตรการการบริหารด้านอุปสงค์ ( Demand Side Management)  4. มาตรการส่งเสริมการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม 5. มาตรการลดสต็อกย างพารา และ 6. มาตรการเพิ่มรายได้

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการย างแห่งประเทศไทย แถลงว่า ราคาย างยังแรงไม่หยุด หลังปิดตลาดวันนี้ (28 ต.ค.63) ราคาย างแผ่นรมควันพุ่งแตะสูงสุด 82.80 บาท/กก. ที่ตลาดกลางย างพารา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ส่วนตลาดกลางฯ จ.สุราษฎร์ธานี ราคาอยู่ที่ 82.69 บาท/กก. โดยหลังจากเปิดตลาดสัปดาห์นี้เพียง 3 วัน ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 16 บาท คาดการณ์ว่าราคาสามารถพุ่งสูงต่อเนื่องอาจแตะ 100 บาท/กก. ได้ ทั้งนี้ ราคาย างจะยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่อง และทะลุแนวต้านสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือน

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยด้านอุปสงค์อุปทานและมาตรการส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศส่งผลทำให้ราคาย างปรับตัวสูงขึ้นอ้างอิงได้จากปริมาณผลผลิตย างธรรมชาติเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 4.4 แสนตัน น้อยกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ประมาณ ร้อยละ 10 ขณะเดียวกันความต้องการย างในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ สินค้าประเภทยุทธภัณฑ์ ถุงมือย าง ย างยืด

ปีนี้ย างพารามีราคาเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 3 ปี

ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าย างที่มากที่สุด มีการเติบโตของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.9 ดัชนี PMI ของจีนยังอยู่ที่ 51.50 ซึ่งอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจยังคงมีการขย ายตัว คำสั่งซื้อย างของจีนจากต่างประเทศกลับมาฟื้นตัว การจำหน่ายรถยนต์ของจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 63 กำลังการผลิตของโรงงานผลิตย างรถยนต์เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มใช้ย างมากขึ้นด้วย เชื่อว่าราคาย างยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นที่น่าหวั่นใจว่า ต่อไปผลผลิตย างอาจจะไม่เพียงพอสำหรับความต้องการใช้ของตลาดต่างประเทศ

คาดการณ์ว่าสัปดาห์นี้ ราคาย างแตะ 100 บาท