ชาวประมงพบ อำพันทะเล มูลค่าสูง

กลายเป็นเหตุการณืที่คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 63 มีชาวประมงรายหนึ่งชื่อนายนริศ สุวรรณสังข์ หรือ “ลุงไข่” อายุ 60 ปี ชาว ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บอกเล่าว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินออกกำลังกายอยู่ริมชายหาดทะเลบริเวณหมู่บ้านแหลมตะลุมพุก ก็ได้พบก้อนสีขาว ๆ เหลือง ๆ ขนาดใหญ่เกยชายหาด 1 ก้อน และก้อนขนาดเล็กอีก 2-3 ก้อน ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นก้อนอะไร แต่ก็ได้ชักชวนญาติ ๆ ช่วยกันยกก้อนประหลาดดังกล่าวกลับบ้าน

ลุงไข่ กล่าวต่อว่า จากนั้นได้ตรวจสอบก้อนดังกล่าวอย่างละเอียด และหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พร้อมกับจุดไฟลน พบว่าเมื่อถูกความร้อนก้อนดังกล่าวจะแปรสภาพเป็นของเหลวเหมือนเทียนไขถูกไฟล้น และมีกลิ่นคาว จึงมั่นใจว่าก้อนประหลาดนี้จะต้องเป็น “อ้วกวาฬ” หรือ “อำพันทะเล” อย่างแน่นอน จึงรวบรวมก้อนอ้วกวาฬทั้งหมดชั่งน้ำหนัก พบว่ามีน้ำหนักรวมกันมากถึง 100 กิโลกรัม ถือว่าเป็นก้อนอ้วกวาฬที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากที่สุดที่เคยพบมา อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะพบก้อนอ้วกวาฬ ทะเลในบริเวณแหลมตะลุมพุกเกิดลมพายุฝนและคลื่นทะเลสูง 2-3 เมตร

นายนริศเผยอีกว่า หลังจากพบก้อนอ้วกวาฬ ทางลูกหลานโพสต์ภาพก้อนอ้วกวาฬลงในเฟซบุ๊กจนเป็นที่ฮือฮา ผู้คนแห่มาขอดูก้อนอ้วกวาฬที่บ้านเต็มไปหมดทุกวันไม่ขาดสาย เพราะถือเป็นก้อนอ้วกวาฬขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน กระทั่งล่าสุดมีนักธุรกิจจาก จ.ภูเก็ต คนหนึ่ง โทรศัพท์ติดต่อขอซื้อก้อนอ้วกวาฬ แต่ขอตรวจพิสูจน์ผลทางแลปวิทยาศาสตร์ก่อน ว่าเป็นก้อนอ้วกวาฬจริงหรือไม่ หากใช่อ้วกวาฬก็จะมีการแยกเกรดอีกครั้ง หากเป็นเกรด A จะให้ราคากิโลกรัมละ 960,000 บาท เกรด B เกรด C ราคาจะลดหลั่นลงมา เวลานี้อยู่ระหว่างติดต่อประสานงานกัน ยังไม่มีการตอบตกลงการซื้อขายแต่อย่างใด

อยากให้หน่วยงานประมงหรือมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญเรื่องอ้วกวาฬ ช่วยตรวจสอบว่าอ้วกวาฬที่พบเป็นอ้วกวาฬชนิดใดกันแน่” ลุงไข่กล่าว และว่าหลังจากนี้จะเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ปากพนัง เพราะเกรงว่าอาจจะสูญหายหรือถูกลักไป เพราะก้อนอ้วกวาฬมีราคาสูงมาก

ที่มา amarintv