ศรีสุวรรณ ร้อง จับสึกเหล่าอลัชชีร่วมม็อบการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นคำร้องถึงมหาเถรสมาคม (มส.) ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากเห็นว่ามีพระภิกษุ-สามเณร ออกมาร่วมชุมนุมสาธารณะ หรือประท้วงทางการเมืองหลายครั้ง ซึ่งสื่อมวลชนและประชาชนได้ถ่ายรูปหน้าตานำมาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เป็นที่ครหา ข้อตำหนิติเตียนของพุทธมามกะเป็นอย่างมาก


ศรีสุวรรณ ยื่นคำร้อง จับสึกให้หมด

ความขัดแย้งทางการเมืองในแต่ละยุคสมัยเป็นธุรกิจของฝ่ายบ้านเมือง เป็นหน้าที่ของฆราวาสผู้มีสิทธิตามกฎหมายโดยเฉพาะ ไม่ใช้หน้าที่ของพระภิกษุ สามเณร ผู้อยู่นอกเหนือการเมือง ข้อนี้แสดงโดยชัดแจ้งว่า ความเป็นพระภิกษุ สามเณร ไม่ควรแก่การเมืองโดยประการทั้งปวง การที่พระภิกษุ สามเณร เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือช่วยสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เพื่อประโยชน์ของบุคคลใด หรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง ย่อมเป็นการประพฤติผิดวิสัยของสมณบรรพชิต ย่อมนำความเสื่อมเสียมาสู่ตนเองและหมู่คณะ ตลอดถึงพระศาสนา เป็นที่ติเตียนของสาธุชนทั้งในและนอกพระศาสนา

พระร่วมม็อบเยอะมาก

พฤติกรรมและการแสดงออกดังกล่าว ภิกษุ สามเณรเหล่านั้นมิได้ละอายต่อการกระทำของตนแต่อย่างไร และในทางพุทธศาสนามักเรียกขานว่า “อลัชชี” ซึ่งหมายถึงภิกษุผู้ประพฤตินอกจารีต หรือภิกขุผู้มักประพฤติละเมิดพุทธบัญญัติ ซึ่งกระทำตนมิให้เป็นที่เคารพกราบไหว้ของอุบาสก-อุบาสิกา หรือผู้เลื่อมใสในศาสนาพุทธแต่อย่างใด แต่ทำให้ภิกษุ สามเณรทั่วประเทศที่ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลอยู่ในธรรมพลอยมัวหมองตามไปด้วย แต่หากไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็ควรสึกออกไปเป็นฆราวาสเสีย อย่าทำให้ผ้าเหลืองมัวหมอง

ทั้งนี้ ภิกษุ สามเณร ต่างมีศีลบัญญัติและข้อห้ามซึ่งทางมหาเถรสมาคมซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดของภิกษุ สามเณรเป็นผู้ออกคำสั่งไว้แล้ว คือคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง 2538 ข้อ 4 ข้อ 6 ข้อ 7 ที่สั่งห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุมทางการเมืองไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามพระภิกษุ สามเณร ร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ และห้ามพระภิกษุ สามเณร ร่วมอภิปราย หรือบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเมืองซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด หากฝ่าฝืนมีโทษตั้งแต่ขั้นตักเตือนไปจนถึงจับสึกได้


เกิดอะไรขึ้นกับวงการศาสนาพุทธ

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้องรูปถ่ายหน้าตาภิกษุ สามเณรต่างๆ ที่มาร่วมม็อบในแต่ละม็อบ รวมทั้งภิกษุที่กราบไหว้ฆราวาส (อดีตพุทธอิสระ) ด้วย เพื่อนำไปร้องเรียนและมอบให้มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมทั้งนายอนุชา นาคาศัย ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้เร่งเอาผิด ลงโทษ และหรือจับภิกษุ สามเณรที่ทำตนเป็นอลัชชีเหล่านี้ให้สึกออกไปจากเพศบรรพชิตเสียให้หมด และจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามกฎหมาย เพื่อมิให้มากระทำตนแปดเปื้อนต่อบวรพุทศาสนาต่อไป