อดีตกัปตัน ไม่สนใครจะมองเป็นนักบินตกอับ ก้าวข้ามความกลัวผันตัวมาขับแกร็ป

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก สำหรับกัปตันท่านนี้ที่ได้ต้องถูกพักงานเพราะโsคระบาด เมื่อไม่ได้ทำงานรายได้จึงเริ่มไม่เพียงพอ เขาจึงตัดสินใจก้าวข้ามความกลั วหันมาขับแกร็ปแทน

กัปตัน Mahesak Wongpa เล่าว่า จากขับเครื่องบินไปขับ Grab

ในวันเวลาที่ฟ้าปิดมืดสนิท สถานการณ์อะไรก็ดูจะอืมครึม ผมในฐานะที่เป็นนักบินจึงรู้สึกว่าต้องหาอะไรมาทำเพื่อใช้เวลาว่างตอนนี้ให้เป็นประโยชน์ นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกทักษะหนึ่งซึ่งเราใช้มาตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือการขับรถนั่นเอง มันเป็นอะไรที่ง่ายและไม่ซับซ้อนสำหรับผมไปแล้ว แต่ก็ไม่เคยนึกถึงมัน ตัดสินใจว่า ลองทำอะไรที่ไม่เคยลองทำดู ลองสมัครขับ Grab ดู วิธีการสมัครก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ที่ยากกว่าการสมัครก็คือใจเรานั่นเอง

“คนจะดูถูกเรามั๊ยที่เรามาขับ Grab”

“นักบินตกอับมาขับ Grab”

“ถ้าเจอคนรู้จักคงอายแย่”

และอีกสารพัดเหตุผลที่คอยดึงเราไว้บางครั้งว่าอย่าทำเลย จนในที่สุด กระบวนการสมัครก็เสร็จสิ้น ผมได้รับการตอบรับเข้าสู่การเป็นนักขับรถ Grab car

รออะไรหล่ะ เริ่มเลยส

รออยู่ประมาณสัปดาห์นึง จึงได้เริ่มขับเป็นครั้งแรก โคตรตื่นเต้นเลย พอๆกับการที่เริ่มขับเครื่องบินครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น

เปิดแอพ Grab driver ปุ๊บ นิ่งสนิท เอ๊ะมันเกิดอะไรขึ้น สงสัยคงต้องขับรถไปเรื่อยๆก่อน เลยขับมุ่งหน้าตรงเข้าไปในเมือง จนไปถึงแถวๆหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ลูกค้ารายแรกก็มา ด้วยความที่ยังไม่ชินกับโปรแกรม Grab driver ก็เลยผิดพลาดไปหน่อย ขับเลยลูกค้า พอรู้ตัวอีกทีก็เลยต้องขับวนกลับมา ขอโทษขอโพยลูกค้าไป ซึ่งลูกค้ารายแรกนี้ก็น่ารักมากครับ ไม่บ่นอะไรซักคำ ลูกค้าเรียกรถเราไปทานสุกี้แถวๆนั้น ซึ่งผมก็พลาดอีก ขับผิดทางไปนิดนึง เลยต้องวนรถกลับอีกครั้งหนึ่ง ครั้งแรกนี่เหมือนรับน้องเลย จนสุดท้ายก็มาส่งถึงที่หมายได้ ลูกค้ายื่นเงินให้ร้อยบาท ผมทอนไป 41 บาท

เป็นเงินก้อนแรกที่น้อยนิด แต่มีคุณค่าทางใจสูงมากครับ ผมแอบดีใจที่เราเริ่มต้นและทำได้สำเร็จ เอาชนะความกลัวความขี้ขลาดในใจได้ จากนั้นลูกค้ารายที่สอง สาม สี่ ห้า ก็ตามมา ผมขับรถเข้าไปในเขต CBD เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ลัดเลาะไปตาม google map ด้วยความเพลิดเพลิน จนลืมเวลาไปเลยครับ เงินก็เข้ามาใน wallet ทีละนิดทีละหน่อย

ลูกค้า Grab car ส่วนใหญ่น่ารักมากๆครับ ผมเลยขับด้วยความสบายใจ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เรียกจะเป็นผู้หญิงครับ อาจจะเป็นเพราะเรียก Grab แล้วปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะมีการบันทึกเส้นทาง ชื่อผู้ขับ รายละเอียดการจ่ายเงินที่ตกลงกันแล้วก่อนหน้าจะขึ้นรถ ไม่ต้องลุ้นว่าคนขับจะเบี้ยวเงินมั๊ย เรียกแล้วจะไม่ไป อะไรทำนองนี้

การขับ Grab ทำให้ผมรู้จักถนนหนทางในเมืองหลวงมากขึ้น พอรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่รถจะติด เส้นทางไหนที่มีลูกค้าเรียกเยอะ ทำให้เรามีแนวทางในการขับรถให้ได้ลูกค้ามากที่สุดในช่วงเวลาที่เราขับ วันแรกผมขับไปสามชั่วโมง ได้ลูกค้ามาห้ารายครับ ทำเงินได้ประมาณห้าร้อยบาท ก็ถือว่าโอเคสำหรับผมแล้วในวันแรก ดีใจสวดๆ

ที่บ้านผมดีใจไปกับผมด้วยที่กล้าหาญกับจริตตัวเอง หลุดออกมาจาก safe zone ได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะขับ Grab ต่อไป เป็นกำลังใจให้กับคนที่ยากลำบากในตอนนี้นะครับ ลงมือทำเลย อะไรที่ดีที่ทำเงินได้ ทำเลย อย่ามัวแต่คิดนานอย่างผม ก้าวออกจาก comfort zone แล้วลงมือกันเลยครับ

ขอบคุณ Mahesak Wongpa