พระราชินี ให้กำลังใจผู้ปลูกดอกเอเดลไวส์ ตรัสถึงสมเด็จย่า เมื่อครั้งต้องปืนขึ้นเขาไปชมดอกไม้ชนิดนี้

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2563 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนประชาชนที่มาเฝ้า จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรบูธสินค้าโอทอป และโครงการหลวงที่เพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์ พืชต่างถิ่นที่มีถิ่นกำเนิด และเจริญเติบโตได้ดีในแถบยุโรป บริเวณเทือกเขาแอลป์ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล1,500-3000 เมตร

โดยได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวงเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2562 เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์วิจัยทศโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช ซึ่งฝ่ายงานวิจัยและพัฒนาได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อยื่อ และพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเดิบโตในสภาพปลอดเชื้อเพื่อขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณต้น และเก็บรักษาพันธุ์ เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตแข็งแรงและมีระบบรากที่สบูรณ์ จึงนำออกปลูกและอนุบาลในโรงเรือนสภาพปิด ป้องกันแมลง

จากนั้นนำต้นกล้าไปทดสอบปลูกลี้ยงในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และสถนีวิจัยพบว่า ต้นเอเดลไวส์สามารถจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธ์ุ ในอนาคตข้างหน้า คนไทยไม่ต้องไปชื่นชมดอกไม้พันธุ์นี้ไกลถึงยุโรปแค่มาที่โครงการหลวงก็สารถ ชื่นชมความงดงามของดอกเอเดลไวส์ได้แล้ว

ทรงมีพระราชดำรัส ความว่า

สมัยก่อนสมเด็จย่าท่านต้องปีนขึ้นไป ปีนเดินเขาขึ้นไปเพื่อจะไปชื่นชมดอกเอเดลไวส์ ทีนี้ก็เลยเกิดความคิดว่าถ้าเกิดพัฒนา ถ้าเกิดมีเอเดลไวส์เมืองไทยขึ้นมานี่ เราไม่ต้องเดินทางไปเที่ยวเมืองนอก แต่คนเมืองนอกจะมาดูเอเดลไวส์เมืองไทย ดอกไม้นี้ไม่ต้องการดิน เขาจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาหรือว่าหินอย่าง

แต่อันนี้เรา ถือว่าเราประสบความสำเร็จสุดยอดของโครงการหลวง (อันนี้คือส่วนใหญ่ต้องปลูกทางเหนือเท่านั้นใช่ไหมคะ) ก็ถือว่าเดี๋ยวจะได้ เราจะได้ชักชวนนักท่องเที่ยวมาชม เอลเดลไวส์เมืองไทย เพราะจริงๆ เอเดลไวส์เป็นดอกไม้ที่ ถือว่า ถ้าคนแม้แต่คนเมืองนอกเองก็ต้องเดินขึ้นภูเขาขึ้นไปเพื่อจะไปชมนะคะ แนะนำให้ส่งเสริมต่อไปนะคะ