รมว.ยุติธรรม เล็งปั้นอาชีพ หมอดู สร้างรายได้ ในเรือ นจำ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มกราคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมราชทัณฑ์ เพื่อรับฟังปัญหา รายงานสรุปผลการดำเนินงานปี 2563 และติดตามนโยบาย โดยมี ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม นายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คณะกรรมการราชทัณฑ์ และข้าราชการ ร่วมประชุม

โดยนายอายุตม์ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2563 ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คือ 1.การพัฒนาเแนวทางบริหารจัดการสาธารณูปโภค เช่น การอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาพื้นที่เรือ นจำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสังคม การจัดอบรมภาษาต่างประเทศ โดยภาษาอังกฤษมี 23 เรือ นจำ ทัณฑสถาน ผู้ผ่านการอบรม 2,038 คน ภาษาจีน 3 เรือ นจำ ทัณฑสถานผู้ผ่านการอบรม 169 คน และการจัดอบรมบัญชีครัวเรือนให้ 16 เรือ นจำ 1,494 คน การฝึกวิชาชีพเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ 4 หลักสูตร คือ

การเลี้ยงสุนัขเพื่อพัฒนาพฤตินิสัย รุ่นที่ 1 ในเรือ นจำทัณฑสถาน 80 แห่ง ผู้เข้าร่วม 2,484 คน จำนวนสุนัขในโครงการ 337 ตัว การส่งเสริมฝึกวิชาชีพปลูกทุเรียน รุ่นที่ 1 ในเรือ นจำทัณฑสถาน 22 แห่ง มีผู้เข้าร่วม 635 คน ทุเรียน 533 ต้น การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน รุ่นที่ 1 ในเรือ นจำทัณฑสถาน 45 แห่ง ผู้เข้าร่วม 1,352 คน จำนวนไก่ชน 312 ตัว โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ (โคขุน) รุ่นที่ 1 ในเรือ นจำทัณฑสถาน 23 แห่ง ผู้เข้าร่วม 465 คน จำนวนโคเนื้อ (โคขุน) 107 ตัว

นายอายุตม์กล่าวอีกว่า นโยบายกรมราชทัณฑ์ 2564 คือ 1.การปฏิบัติต่อให้เป็นมาตรฐาน พัฒนาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับในเรือ นจำ ทั้งด้านเรือนนอน โรงเลี้ยงอาหาร สถานพยาบาล และการกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล 2.การแก้ปัญหาผู้คนล้นเรือ นจำ จัดทำข้อมูลพื้นที่และอัตราความจุของเรือ นจำทัณฑสถานทั่วประเทศให้เป็นปัจจุบัน การจัดทำเตียงนอน 2 ชั้น การพักการลงโทษกรณีปกติและกรณีมีเหตุพิเศษ การเลื่อนเด็ดขาด 3.พัฒนาองค์กรให้ทันสมัยและโปร่งใส ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้ระบบขายสินค้าและเงินฝากด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ติดตั้งระบบเยี่ยมญาติทางไกลด้วยแอพพลิเคชั่นไลน์ และการใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พัฒนาบุคลาการมีการอบรมให้ความรู้ให้ทันสมัย และ 4.การคืนคนดีสู่สังคมและติดตามผู้พ้นผิ ด

ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมา มีส่วนหนึ่งประมาณ 35% อยากทำงาน แต่ไม่มีงานอะไรให้เขาทำ ส่วนอีก 15% ไม่อยากทำงานและกลับไปทำผิดซ้ำอีก หากเราไม่มีอะไรทำให้เขาอยากทำงาน หรือประพฤติตนเป็นคนดี ก็ยากที่จะปรับเปลี่ยนเขา ตนได้เคยไปติดตามผู้ที่เข้าๆ ออกๆ เรือ นจำ 8-9 ครั้ง เพราะเขาไม่รู้จะทำอะไร กลับมาติดสบายกว่าอย่างน้อยก็มีข้าวกิน ซึ่งหากเราไม่รีบแก้ปัญหาจะเสียเวลาและเปล่าประโยชน์ในการทำงาน เราต้องพยายามทำอะไรที่เกิดประโยชน์ได้ ในส่วนของการสร้างอาชีพ อย่างการเลี้ยงไก่ชน คนอาจจะมองดูเหมือนเป็นการพนัน แต่ตนพยายามให้เขาเห็นในมุมที่เป็นประโยชน์

“ผมพยายามส่งเสริมวิชาชีพให้ คนกลุ่มนี้จะได้มีโอกาส มีที่ยืนในสังคม เราต้องลดสถิติผู้กระทำผิ ดซ้ำให้ได้ เราผลักดันกันเต็มที่ทั้ง การเรียนการสอน การเลี้ยงสัตว์ ที่ไปทำอาชีพได้ รวมถึงการฝึกเพาะปลูก เช่น การปลูกทุเรียน ที่คนส่วนใหญ่ปลูกแล้ว เรามีเรือ นจำหลายจังหวัดมีพื้นที่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ หากปลูกแล้วมีผลผลิต แสดงว่าปลูกได้ ชาวบ้านก็จะได้ปลูกตาม เป็นการนำร่อง จากนี้ต้องฝากราชทัณฑ์เพิ่มหลักสูตรวิชาดูหมอ เพราะมีต้นทุนที่ต่ำมาก เมื่อก่อนผมคิดว่าขายหมูปิ้งลงทุนน้อยสุดแล้ว แต่หมอดูมีไพ่แค่ 2 สำรับลงทุนประมาณ 500 บาท ก็เป็นอาชีพได้แล้ว จึงอยากให้กรมราชทัณฑ์ไปเพิ่มเติมตรงนี้ หัดให้นั่งสมาธิ และอ่านหนังสือ โหราศาสตร์ ขณะที่การขายของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต้องเป็นมาตรฐาน และพยายามยกระดับให้เป็นแบรนด์เนมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น” นายสมศักดิ์กล่าว

ขอบคุณ มติชนออนไลน์